ปลากัดไทย (ปลากัดป่าภาคเหนือ, ภาคกลาง และภาคใต้ตอนบน (Betta Splendens) เบ็ตต้า สเปลนเดนส์) สามารถแบ่งแยกออกตามสายที่มีการแปรผันทางพันธุกรรม ได้ดังนี้ คือ แปรผันทางพันธุกรรมเป็น
1. ปลากัดหม้อ
2. ปลากัดจีน (หางพู่กันจีน)
3. ปลากัดหางมงกุฏ
4. ปลากัดสองหาง, ปลากัดหางคู่, ปลากัดหางสองแฉก หรือจะเรียกว่าปลากัดดับเบิลเทล
5. ปลากัดครีบยาวหางพระจันทร์ครึ่งดวง, ปลากัดครีบยาวหางฮาร์ฟมูน
บทสรุปนี้ คือ คุณสมบัติพิเศษของปลากัดไทยในสายพันธุ์เบ็ตต้า สเปลนเดนส์ เพียงสายเดียวก็มีความแปรผันทางพันธุกรรมได้มากมายเกิดเป็นความหลากหลายทางสายพันธุ์ โครงสร้าง และรูปแบบของครีบหาง ซึ่งผู้ที่รัก และสนใจในการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดแบบศิลปิน นักพัฒนาสายพันธุ์สามารถดึงเอาคุณสมบัติพิเศษต่าง ๆ เหล่านี้มาใช้ ส่วนเรื่องของการพัฒนาคุณภาพของสีปลากัด
วิธีดูเพศของปลากัด
การดูปลากัดสามารถเปรียบเทียบวิธีการได้จากการดูเพศของไก่ โดยปกติตัวผู้จะสวยกว่าไก่ตัวเมีย และไก่ตัวผู้จะมีสีสันที่สวยกว่า และมีหางที่ยาวกว่า โดยแบ่งตามสายพันธุ์ทั่วไปได้ดังนี้
1. ปลากัดป่าธรรมชาติ
ปลากัดเพศผู้ จะมีสีสันที่สวยมีครีบในตำแหน่งต่าง ๆ ที่ยาว และสวยกว่า
วิธีการดูความพร้อมก่อนทีจะผสมพันธุ์ตัวผู้
1. ขอบเหงือกจะมีสีแดงเข้มขึ้น
2. ก่อหวอดบนผินน้ำโดยมีฟองของหวอดเป็นกลุ่ม
3. มีบุคคลิกที่กระตือรือร้นมากขึ้น
ตัวเมีย
1. ของเหงือกจะมีสีแดงเข้มขึ้น
2. มีลายชะโด มีขีดเป็นเส้นเกิดขึ้นเป็นแนวขวางข้างลำตัว
3. จุดไข่นำใต้ท้องเปลี่ยนจากสีขาวใสเป็นขาวขุ่นข้นขึ้น
4. ท้องอูมเปล่งเหมือนคนท้อง
5. ลักษณะการว่ายน้ำจะเปลี่ยนเป็นตัวต่ำ ๆ หางชี้ขึ้น
6. ก่อหวอดเป็นเม็ดเล็ก ๆ แถวยาวเรียงที่ขอบเหลี่ยม แต่จะมีไม่มากเหมือนตัวผู้ก่อหวอด
เมื่อนำเหลี่ยมตัวเมียมาเทียบกับเหลี่ยมตัวผู้จะแสดงอาการว่ายหา เคียงคู่ตัวผู้อยู่ตลอดเวลา
